Lauda Motion Executive Automotive รถยนต์อีโคคาร์

รถยนต์อีโคคาร์

อีโคคาร์

“อยากประหยัดน้ำมันต้องใช้อีโคคาร์” มักจะมีคนแนะนำหรือการโฆษณารถยนต์แบบนี้อยู่บ่อยครั้ง และมีคนใช้อยู่เป็นจำนวนมาก แต่เคยสงสัยกันไหมว่าแท้จริงแล้วรถยนต์อีโคคาร์ที่เราพูดถึงนี้คืออะไรกันแน่ วันนี้จะพามาทำความรู้จักกันเลยว่าอีโคคาร์จะเป็นแบบที่เราเข้าใจหรือเปล่า

รถอีโคคาร์(ecocar)  มาจากศัพท์คำว่า Ecology Car ซึ่งหมายถึง รถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก  ซึ่งในส่วนของประเทศไทย ได้ใช้ข้อกำหนดตามมาตรฐาน ของยุโรป ทั้งในส่วนของ Euro4 ซึ่งกล่าวถึงเรื่องมลพิษ และ UNECE94-95 ที่กล่าวถึงความปลอดภัย  นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ  Global standard Eco car  กำหนดให้ในเรื่องของอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่อลิตร และยังมีข้อกำหนดที่ในบางประเทศกำหนดเพิ่มเติม เช่น อัตราภาษี เป็นต้น 

คุณสมบัติของ ecocar 

  1. ความประหยัดน้ำมัน  รถยนต์อีโค่คาร์ต้องประหยัดน้ำมันตามกฎเกณฑ์  โดยต้องมีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 5 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร หรือน้ำมัน 1 ลิตร วิ่งได้ระยะทาง 20 กิโลเมตร
  2. การรักษาสิ่งแวดล้อม กำหนดให้รถยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นมาเป็นอีโคคาร์  ต้องมีการปล่อยมลพิษปลอดภัยระดับ Euro 4 คือ มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์น้อยกว่า 120 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตรเท่านั้น
  3. ความปลอดภัยชั้นนำ ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ตามมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป ( UNECE 94 และ 95 ) ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยจากการชนด้านหน้าและด้านข้าง
  4. ความเหมาะสมต่อการใช้งานใช้ได้ทั้งเครื่องยนต์เบนซินมีความจุไม่เกิน 1.3 ลิตร และที่ยังไม่เห็นก็มีเครื่องยนต์ดีเซล ที่กำหนดให้มีขนาดไม่เกิน 1.4 ลิตร ซึ่งแน่นอนว่ามันน่าจะมีในอนาคตอันใกล้นี้

ตัวอย่างรถยนต์ ecocar 

  • Mazda 2 XDL-XDL Sport ราคา 799,000 บาท ล่าสุดเพิ่งไมเนอร์เชนจ์ปรับหน้าตาภายนอกภายในใหม่ ซึ่งในรุ่น XDL ซีดาน กับ XDL Sport แฮทช์แบ็ค มอบไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED ปรับระดับอัตโนมัติ ไฟท้าย กันชนหน้า-หลัง และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นดีไซน์ใหม่ทั้งหมดระบบความปลอดภัยติดตั้ง i-ACTIVSENSE ให้ครบถ้วนในรุ่นท็อปสองตัวถัง ได้แก่ ระบบแจ้งเตือนรถในมุมอับสายตา, ระบบเตือนรถในมุมอับขณะถอยหลัง, กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะหน้า-หลัง ส่วนถุงลมนิรภัยมีเพียงคู่หน้าเท่านั้น
  • Toyota Yaris, Yaris Ativ High  ราคา 649,000 บาท เป็นรุ่นที่มหาชนให้ความสนใจ หากอยากได้รถที่ทนทาน ขายต่อง่าย อะไหล่ถูก ครั้งนี้มาพร้อมกับไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อม LED Light Guiding เปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home ภายในมอบเบาะนั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนังตกแต่งด้วยตะเข็บสีแดง, พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง ระบบความปลอดภัยให้มาเหมือนกันหมดทุกรุ่น อาทิ ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • Honda City Turbo RS มากับราคาราคา 739,000 บาท ด้วยดีไซน์ของทางฮอนด้าที่ต้องยอมรับว่ามีความหรูหราและโฉบเฉี่ยวเป็นอย่างมาก รุ่นใหม่ 2020 มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED, กระจังหน้าสีดำ Gloss Black ห้องโดยสารในรุ่น RS ให้เบาะนั่งหุ้มหนังสลับผ้าเย็บด้วยด้ายสีแดง, แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ความปลอดภัย City รุ่นท็อปใส่ ถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 ตำแหน่งกันเลยทีเดียว

Related Post